Loading...

ภาพรวมธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 2025: โอกาส ความท้าทาย และแนวโน้มสู่ปี ค.ศ. 2026

ภาพรวมธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 2025: โอกาส ความท้าทาย และแนวโน้มสู่ปี ค.ศ. 2026

(Thai Businesses in the United States in 2025:
Opportunities, Challenges, and the Road to 2026)

 

  1. ภาพรวมสถานการณ์สหรัฐฯ – ไทยในปี ค.ศ. 2025: การค้า การเมือง และกฎระเบียบใน
    ยุคประธานธิบดีทรัมป์

ตลอดปี ค.ศ. 2025 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น
แม้จะเป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องรับมือกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายมากขึ้นก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี
มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 77,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปไทย
ราว 14,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากไทยกว่า 62,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สหรัฐฯ
ขาดดุลการค้ากับไทยกว่า 48,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า สินค้าจากไทยยังคงมีศักยภาพสูงในตลาดอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค

ปลายปี ค.ศ. 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศ “กรอบความตกลงการค้าแบบ
ต่างตอบแทน (Reciprocal Trade Framework)”
ซึ่งไทยตกลงลดภาษีเหลือ 0% ให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ มายังประเทศไทย ขณะที่สหรัฐฯ คิดอัตราภาษีสำหรับสินค้าจากไทยที่ 19% นโยบายนี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าสินค้าประเภทใดอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ “แข่งขันกับผู้ผลิตอเมริกันโดยตรง”
ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อมาตรการภาษีเพิ่มเติมได้

ขณะเดียวกัน ในปีนี้ นโยบายการเข้าเมืองของสหรัฐฯ เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีการเพิกถอนวีซ่ามากกว่า 85,000 ราย ครอบคลุมทั้งวีซ่านักเรียนและวีซ่าทำงาน ซึ่งกระทบต่อบริษัทอเมริกันที่พึ่งพาแรงงานต่างชาติ รวมถึงแรงงานไทยด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลยังเลื่อนกระบวนการสัมภาษณ์วีซ่าทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (H-1B) รวมถึงวีซ่าผู้ติดตามของวีซ่า H-1B (H-4) ออกไปเป็นปี ค.ศ. 2026 และเพิ่มข้อกำหนดให้ผู้สมัคร
ต้องเปิดเผยการใช้โซเชียลมีเดียต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งมีข้อกำหนดเพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงานสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในบางสาขา กฎระเบียบเกี่ยวกับผู้อพยพยังถูกตีความเข้มงวดมากขึ้น ทำให้หลายครอบครัว
เสี่ยงต่อการสิ้นสุดสถานะการพำนักตามกฎหมาย แม้ยังคงมีช่องทางสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ เช่น
International Entrepreneur Rule แต่ก็จำกัดเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์อย่างเข้มงวด

ภาพรวมในปี ค.ศ. 2025 จึงออกมาสองลักษณะ คือ (1) “เศรษฐกิจและการค้ายังคงเป็นโอกาสสำหรับ
ธุรกิจไทย” แต่ (2) “กฎระเบียบด้านการเข้าเมือง” กลับท้าทายมากขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการไทยในสหรัฐฯ
จึงควรต้องบริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและการจ้างงานอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันโอกาสทางธุรกิจยัง
เปิดกว้างสำหรับผู้ที่สามารถปรับตัวได้ทันต่อระเบียบใหม่ของสหรัฐฯ

  1. ธุรกิจยอดนิยมของคนไทยในสหรัฐฯ ปี ค.ศ. 2025: สถานการณ์และแนวโน้ม
    • ร้านอาหารไทย

อาหารไทยยังคงเป็นจุดเด่นที่สุดของธุรกิจไทยในสายตาชาวอเมริกัน จากข้อมูลของ Pew Research Center (2023) พบว่า ร้านอาหารเอเชียในสหรัฐฯ กว่า 71% เป็นร้านจีน ญี่ปุ่น หรือไทย ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนคนไทย-อเมริกันในสหรัฐฯ ที่มีเพียงประมาณสามแสนคน การปรากฏตัวของอาหารไทยจึงขยายตัวเกินสัดส่วนจำนวนคนไทย-อเมริกันในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

การเติบโตนี้มีพัฒนาการยาวนานกว่า 20 ปี โดยตามรายงานของ VinePair ในปี ค.ศ. 2002 มีร้านอาหารไทยประมาณ 2,000 แห่งในสหรัฐฯ ก่อนจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 250% เป็นจำนวนประมาณ 7,000 แห่ง
ในปี ค.ศ. 2024 ถือว่ายังสูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนคนไทย–อเมริกัน โดยการขยายตัวของร้านอาหารไทยเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย “Kitchen of the World” หรือครัวไทยสู่โลก ที่รัฐบาลไทยส่งเสริมต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนส่งผลทำให้จำนวนร้านอาหารไทยทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 5,500 แห่งในปี ค.ศ. 2002 เป็นมากกว่า 17,000 แห่ง
ในปี ค.ศ. 2024

สำหรับปี ค.ศ. 2025 ร้านอาหารไทยยังอยู่ในทิศทางเติบโตภายใต้ตลาดร้านอาหารในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความนิยมในอาหารเอเชียช่วยเปิดโอกาสให้ร้านอาหารไทยได้ลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง แต่สำหรับในเมืองใหญ่ ร้าน full-service เผชิญต้นทุนค่าแรงและค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้
ความสามารถทำกำไรลดลง ร้านที่สามารถเปลี่ยนโมเดลสู่ ร้านบริการด่วน (quick-service) ร้านกึ่งบริการเต็มรูปแบบ (fast-casual) บริการจัดส่งอาหาร (delivery) หรือ ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน (ghost kitchen)
กลับมีแนวโน้มทำกำไรได้ดีกว่า เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็ว ราคาจับต้องได้ และความคุ้นเคยกับบริการสั่งกลับบ้าน (take-out/online delivery) ที่เพิ่มขึ้นหลังยุคโควิด-19

  • ธุรกิจนวด–สปาและ Wellness ของคนไทย

ธุรกิจนวดไทยและสปายังคงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการไทยในสหรัฐฯ โดยได้แรงสนับสนุนจากกระแส “Wellness Economy” ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจสปาทั่วโลกในปี ค.ศ. 2025 ถูกประเมินว่ามีมูลค่าประมาณ 115,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจขยายตัวแตะ 260,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2032 ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เองก็มีบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Massage Envy ที่มีรายรับกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ร้านนวดไทยส่วนมากอยู่ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในย่านเมืองรองหรือชานเมือง
เน้นบริการเฉพาะทาง เช่น นวดไทย นวดบำบัด หรือสปาเชิงสุขภาพ รายได้ของร้านขนาดเล็กที่มีทำเลดี อาจอยู่ที่ระดับหลายแสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่กำไรสุทธิมักถูกเบียดบังจากค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และภาษีท้องถิ่น จุดแข็งสำคัญของธุรกิจนี้คือใช้วัตถุดิบไม่มาก รายได้ขึ้นกับทักษะ การบริหารตารางนัดหมาย และการรักษามาตรฐานบริการ หากบริหารจัดการได้ดี ธุรกิจประเภทนี้ยังถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ร้านนวดไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับร้านนวดผิดกฎหมายหรือการค้ามนุษย์ในบางรัฐ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐจับตามองมากขึ้น เจ้าของร้านที่ดำเนินการถูกต้องจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำเอกสาร ใบอนุญาต และการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อ
ลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบโดยไม่จำเป็น

  • ธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซของคนไทย

ปี ค.ศ. 2025 เป็นปีที่คนไทยจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในไทยและอยู่ในสหรัฐฯ หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์ม อาทิ Amazon Etsy Shopify และ TikTok Shop US เพื่อขยายฐานลูกค้า
จุดแข็งของผู้ขายไทย ได้แก่ สินค้าที่มีอัตลักษณ์ไทยชัดเจน เช่น สกินแคร์สมุนไพร เสื้อผ้าไทย ของแต่งบ้าน หรืออาหารแห้ง ซึ่งเข้ากับความต้องการของลูกค้าอเมริกันที่มองหาความหลากหลายและความแตกต่าง

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เริ่มต้นธุรกิจจากในประเทศไทย การขายผ่านตลาดออนไลน์เข้าสหรัฐฯ
ในปี ค.ศ. 2025 ยังเป็นจุดเริ่มที่ต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการเปิดบริษัทหรือหน้าร้านในสหรัฐฯ แต่ผู้ประกอบการควรศึกษาเรื่องกฎหมายการนำเข้า มาตรฐานสินค้า การติดฉลาก และภาษีอย่างรอบคอบ เพราะความผิดพลาดด้านเอกสารอาจส่งผลต่อบัญชีและสถานะทางกฎหมายในระยะยาว

  • การลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทไทยในพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน

การลงทุนของไทยในสหรัฐฯ สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี ค.ศ. 2024 การลงทุนโดยตรง (FDI) จากไทยในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 877 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามนิยาม
ผู้เป็นเจ้าของผลประโยชน์ขั้นสุดท้าย (Ultimate Beneficial Owner – UBO)

สำหรับปี ค.ศ. 2025 การลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ การเข้าซื้อกิจการก๊าซธรรมชาติของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในรัฐเท็กซัส มูลค่าประมาณ 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการขยายธุรกิจพลังงานของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในรัฐอิลลินอยส์ การเคลื่อนไหวของบริษัทใหญ่เหล่านี้ส่งผลเชิงบวกต่อผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากทำให้เกิดโอกาสต่อยอดงานในห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน โลจิสติกส์ การก่อสร้าง และบริการทางเทคนิคในสหรัฐฯ มากขึ้น

  1. จากปี ค.ศ. 2025 สู่ปี ค.ศ. 2026: ความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

เมื่อมองจากปี ค.ศ. 2025 ไปสู่ปี ค.ศ. 2026 สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ “ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย” ของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักธุรกิจไทยต้องเตรียมรับมือ ทั้งด้านการค้า การจ้างงาน และกฎหมาย
คนต่างชาติ โดยแนวทางรับมือ 3 ประการ สำหรับผู้ประกอบการไทย ได้แก่

  • การกระจายความเสี่ยงด้านกฎหมายและโครงสร้างธุรกิจ

ธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานต่างชาติ เช่น ร้านอาหาร ร้านนวด บริษัทเทคโนโลยีที่พึ่งพาพนักงาน ตลอดจนธุรกิจที่จำเป็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (H-1B) ควรพิจารณาปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นขึ้น เช่น ใช้ทั้งแรงงานท้องถิ่น ร่วมกับทีมงานในไทยหรือประเทศอื่นผ่านการทำงานทางไกล (Remote Work) เพิ่มระบบฝึกอบรมเพื่อดึง
คนท้องถิ่นเข้ามาแทนที่แรงงานต่างชาติที่เสี่ยงต่อปัญหาวีซ่า และเตรียมทางเลือกสำหรับโครงสร้างบริษัทที่มี
ทั้งในสหรัฐฯ และนอกสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาว

  • การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ (compliance)

ปี ค.ศ. 2026 จะเป็นปีที่มาตรฐานการกำกับดูแลเข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการต้องมีระบบบัญชีที่โปร่งใส เข้าใจระบบภาษีของแต่ละรัฐ และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด เพราะ
ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การตรวจสอบที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง

  • การสร้างแบรนด์และคุณค่าเพิ่ม แทนการแข่งขันด้วยราคา

การแข่งขันจากจีน เวียดนาม อินเดีย และเกาหลีทวีความรุนแรงขึ้น การพึ่งพา “ราคา” ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องสร้างคุณค่าเพิ่มผ่านเอกลักษณ์ไทย การเล่าเรื่อง การออกแบบ และคุณภาพประสบการณ์ เพื่อให้สินค้าและบริการโดดเด่นในตลาดสหรัฐฯ

ท้ายที่สุด ปี ค.ศ. 2025 เป็นปีที่ชี้ชัดว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่การเข้าสู่ปี ค.ศ. 2026 ต้องอาศัยการเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย การเงิน และกลยุทธ์ธุรกิจ ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ ได้เต็มที่ ขณะที่ผู้ที่ละเลยความเสี่ยงอาจต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

อ้างอิง:

Banpu Public Company Limited. (2025). Banpu strengthens strategic presence in the U.S.: Its subsidiary successfully closes acquisition of upstream and midstream gas business.
https://www.banpu.com/news/banpu-strengthens-strategic-presence-in-the-u-s-its-subsidiary-successfully-close-acquisition-of-upstream-and-midstream-gas-business/

CNN. (2025). Trump administration has revoked 85,000 visas since January, State Department official says.
https://www.cnn.com/2025/12/08/politics/visa-revocations-state-department

Fragomen. (2025). United States: U.S. consulates cancelling some H-1B and H-4 visa appointments due to new online presence review.
https://www.fragomen.com/insights/united-states-us-consulates-cancelling-some-h-1b-and-h-4-visa-appointments-due-to-new-online-presence-review.html

Grand View Research. (n.d.). Spa Services Market (2025 – 2030).
https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/spa-market

Massage Envy / IBISWorld Data. (2025).
Massage service industry revenues and major players.
https://www.ibisworld.com

Pew Research Center. (2023).
71% of Asian restaurants in the U.S. serve Chinese, Japanese or Thai food.
https://www.pewresearch.org/short-reads/2023/05/23/71-of-asian-restaurants-in-the-u-s-serve-chinese-japanese-or-thai-food/

RestroWorks. (2025).
Asian Restaurants Statistics: Market Growth, Pan-Asian Trends & Dining Insights.
https://www.restroworks.com/blog/asian-restaurants-statistics/

SeafoodSource. (2025).
US restaurant industry sales projected to reach USD 1.5 trillion in 2025.
https://www.seafoodsource.com/news/foodservice-retail/us-restaurant-industry-sales-projected-to-reach-usd-1-5-trillion-in-2025

U.S. Census Bureau. (2025). Trade in goods with Thailand.
https://www.census.gov/foreign-trade/balance/c5490.html

U.S. Citizenship and Immigration Services. (n.d.). International Entrepreneur Rule.
https://www.uscis.gov/working-in-the-united-states/international-entrepreneur-rule

U.S. Department of Commerce. (2025). Foreign Direct Investment (FDI): Thailand.
https://www.trade.gov/sites/default/files/2025-09/Thailand.pdf

VinePair. (2024).
Thai government’s culinary diplomacy and the global spread of Thai restaurants.
https://vinepair.com/cocktail-chatter/thai-government-culinary-diplomacy/

205 views

Go to Top