บันทึกความสำเร็จ – ความซื่อสัตย์ในอาชีพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ (ตอน 1/2)

ธีรวงค์ นันทวัฒน์ศิริ หรือ “คุณโย” เจ้าของร้านอาหาร “ปิ่นโต” ร้านอาหารไทยในนิวยอร์ก ที่ได้มีการผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารแนวโมเดิร์น จากตำรับอาหารในหลากหลายภูมิภาค ส่งผ่านความอร่อยและความเป็นเอกลักษณ์แห่งอาหารไทยด้วยวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ให้ลูกค้าได้มีโอกาสได้ลิ้มลองเมนูใหม่ ๆ ทุกเดือน ในขณะที่จานยอดนิยมก็ยังคงครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนานตลอดช่วงเวลา 10 กว่าปีบนเส้นทางการทำธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศ

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจในนิวยอร์ก

จาก “นักศึกษาวิชาเอกการละคร” สู่ “เจ้าของร้านอาหารปิ่นโต” คุณโยเล่าย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ประเทศไทย ก็ได้เดินทางมานิวยอร์ก เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาการละคร ซึ่งเป็นสิ่งที่รักและเป็นความฝันในวัยเด็ก นิวยอร์กจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับความฝันสู่งานในวงการละครเวทีที่ใฝ่ฝัน

“ในช่วงที่เรียนก็เหมือนคนไทยทั่ว ๆ ไป แต่ช่วงนั้นรู้สึกว่าเศรษฐกิจเมืองไทยไม่ค่อยดี ดอลลาร์อยู่ที่ประมาณ 50 กว่าบาท ปีนั้นเป็นปีที่ผมมา และเป็นปีที่คนไทยกลับกันเยอะมาก ผมจึงไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทย และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของทางบ้าน ผมก็เริ่มมาทำงานร้านอาหารเหมือนเด็กทั่วไป ซึ่งทำให้เราได้เจอเพื่อน ที่ร้านจะมีศิลปินนักแสดงในนิวยอร์กเข้ามา เราได้รู้จักกับเพื่อนที่เป็นนักแสดงเป็นศิลปิน มันเลยเหมือนเป็นการทำงานที่สนุกแล้วก็ได้เงินด้วย พอได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เราได้เห็นมีโอกาสได้เห็นระบบแล้วทำให้เราก็รู้สึกว่า มันเป็นธุรกิจที่น่าสนใจทำแล้วมีรายได้ และรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง ทำอยู่ประมาณ 5-6 ปี จนเมื่อผมกำลังจะจบและมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าผมจะกลับไปเมืองไทยหรือว่าผมจะอยู่ที่นี่ต่อดี”

ด้วยความที่ยังรู้สึกสนุกกับงานในนิวยอร์ก ประกอบกับความเป็นห่วงและความเห็นของคุณแม่ ถึงความก้าวหน้าในอาชีพด้านการละคร และคำแนะนำให้ทำธุรกิจร้านอาหาร นั่นก็คือก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารไทยในนิวยอร์กเมื่อปี 2549

คุณโยเล่าว่า จากประสบการณ์ที่ตอนนั้นยังถือว่ายังเด็กอยู่มาก เริ่มจากการเป็นเด็กเสิร์ฟและได้มีโอกาสเป็นผู้จัดการร้าน แต่เมื่อลงมือทำร้านอาหารจริง ๆ มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เคยเข้าใจ เพราะการทำธุรกิจร้านอาหารต้องมีทั้งความรู้และประสบการณ์ในระบบต่าง ๆ มากมาย

“ตอนนั้นเราไม่รู้ในระบบลึกเชิงลึกด้วยซ้ำ เผอิญโอกาสอยู่ตรงนั้นเราก็ได้ทำธุรกิจแบบอาศัยประสบการณ์ล้วน ๆ คือเริ่มต้นจากศูนย์เองเลย ผมโชคดีที่มีเพื่อนสมัยเรียนประถมมัธยมมาด้วยกัน ซึ่งเขาเรียนเป็นเชฟพอดี เราเลยมีโอกาสรวมตัวกัน 3 คนและได้มีโอกาสเปิดร้านกัน”

ความยากและอุปสรรคในการทำงาน

ความยากในการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารของคุณโยเกิดจาก “เริ่มต้นความตั้งใจ” เพราะความตั้งใจแรกในการทำธุรกิจคือการได้มาซึ่ง “เงิน” แต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสจริง ๆ แล้ว นอกจากในเรื่องของ “Products” ที่ดีแล้วจำเป็นต้องมี “Service” ที่ดีอีกด้วย

“เพราะถ้าคนทำธุรกิจก็คงคิดแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วทุกอาชีพมันมีมากกว่านั้น ร้านอาหารมันไม่ใช่แค่ขายของไปแล้วได้เงินกลับมาเท่านั้น มันมีทั้งในเรื่องของการบริการ มีเรื่องของความรู้สึกลูกค้าด้วย เพราะต่อให้อาหารของคุณดีจริง อร่อยจริง ถูกปากคนส่วนใหญ่จริง แต่ว่าถ้าการบริการไม่ดี สาธารณูปโภคไม่ดี ลูกค้าก็ไม่พอใจอยู่ดี พอเราได้เข้ามาจริง ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไว้ตั้งแต่ต้น เพราะไอเดียที่เราเคยเห็นคนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จ เราก็ทำบ้าง ถ้าได้เงินแล้วก็จะไปทำละครที่เราชอบ”

คุณโยได้เล่าถึงการเริ่มต้นในช่วง 2 ปีแรก โดยให้คำจำกัดความสองปีแห่งการเริ่มต้นนั้นว่า “เป็นช่วงที่ทรมานตัวเองมาก”

“มันไม่ได้เปิดมาแล้วมันประสบความสำเร็จเลย เปิดมาวันแรกขายดีอยู่แล้ว เพราะมีเพื่อน ๆ คนที่รู้จักมา แต่พอช่วงวันที่ 2 วันที่ 3 ขายไม่ได้เลย จนถึงขนาดที่ว่าไม่มีเงินจะไปจ้างใครมาทำงาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำได้ก็คือลงไปทำเองจากที่ไม่เคยทำงานครัวเลย และจากการลงไปเป็นเชฟเองก็เลยมีโอกาสได้เรียนรู้งานตรงนั้น แล้วผมว่าโชคดีที่ผมได้เริ่มตั้งแต่ยังเด็ก และได้เรียนรู้จากตรงนั้น แต่กว่าผมจะปรับความเข้าใจของตัวเองถึงอาชีพร้านอาหารจริง ๆ ผมว่าประมาณ 3 ปีได้ ซึ่งในตอนนั้นผมคิดว่าอยากจะออกจากธุรกิจร้านอาหารแล้ว อยากไปทำละครไปทำงานทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่พอผมปรับทัศนคติใหม่และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้เริ่มต้นไปแล้ว เราก็ได้รู้ว่านี่คืออาชีพ มันเป็นสิ่งที่เราน่าจะสนุกไปกับมันได้”

“ปรับทัศนคติ ปาฏิหาริย์เกิด ร้านอาหารก็เหมือนโรงละคร”

เมื่อเวลาผ่านไปคุณโยได้เจอกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ จนเกิดการเรียนรู้ที่จะปรับทัศนคติ เพื่อทำให้งานที่ได้เริ่มต้นมาแล้วเดินหน้าต่อไปได้และดีกว่าที่ผ่านมา “ทุกอย่างดีขึ้นมาทันที เพราะลูกค้าเองก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นสิ่งที่เราใส่ใจจริง ๆ ลูกค้าเข้ามาที่ร้านเพราะเขาอยากมาจริง ๆ”

“ส่วนตัวแล้วผมอยากทำละคร แต่ว่าจริง ๆ แล้วร้านอาหารมันก็เหมือนโรงละคร เหมือนเราเล่นละครทุกวันอยู่แล้ว เพราะเราได้ซ้อมพนักงงานเสิร์ฟของเรา เราซ้อมเชฟของเรา และเราก็ซ้อมวัตถุดิบต่าง ๆ ของเรา คือมีการผลัดเปลี่ยนอาหารอยู่เรื่อย ๆ เราพยายามหาจุดขายของเรา ที่ร้านเราจะใช้คอนเซป “Seasonal Thai Kitchen” มีอาหารไทยที่จะใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และผมก็จะมีการเปลี่ยนเมนูทุกเดือน และนั่นมันก็ไม่ทำให้ผมไม่เบื่อด้วย ทีมงานผมก็ไม่เบื่อ ลูกค้าก็สนุกไปด้วยเหมือนกัน แล้วผมก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ด้วยเหมือนกัน นี่ก็คือจุดเริ่มต้น”

บนเส้นทางของการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารในนครนิวยอร์ก ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ความสำเร็จในอาชีพของคุณโยกลับกลายมาเป็น “ความสุข” และ “ความสนุกในทุกวันของการทำงาน”

“ผมว่าด้วยความที่มันยาวนานมากที่ผมเปิดร้านมาจนถึงปัจจุบัน ผมว่ามันเลยจุดก้าวผ่านคำว่าความสำเร็จมาแล้ว คำว่า ‘ความสำเร็จ’ ในที่นี้หมายความว่า ‘เงินเยอะ ๆ’ ที่ผมอยากได้เมื่อตอนนั้นหรือเปล่า เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น สิ่งที่เราได้เรียนรู้มันก็จะเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิต”

“ยิ่งในปีที่ผ่านมาผมเชื่อเลยว่าเป้าหมายของชีวิตทุกคนเปลี่ยนแน่นอน เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในโลกนี้คาดฝันว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเคยวางแผนกันไว้ เราก็ต้องมานั่งรื้อ มาตั้งสติกันใหม่ ถ้าพูดถึงความสำเร็จของผมในตอนนี้มันคือ ‘ความสุข’ ผมประสบความสำเร็จเพราะผมมีความสุข และสนุกกับชีวิตกับสิ่งที่ผมทำอยู่ตลอดเวลา แล้วมันก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น เมื่อผมได้มองว่าร้านของผม ที่ถึงแม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ก็มีเด็กที่มาทำงานที่ร้านแล้วสามารถเรียนหนังสือจนจบ หรือช่วยปลดหนี้สินให้ทางบ้านได้ ผมรู้สึกว่าเมื่อเขามีความสุข เราก็มีความสุข ที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้อง ๆ เหล่านี้ได้มีความสุขและประสบความสำเร็จ”

ต่อตอนที่ 2/2

405 views

Go to Top