เทรนด์ไลฟ์สไตล์ชาวอเมริกันที่มาแรงในปี 64
วิกฤติการระบาดของ COVID 19 ที่ก่อตัวขึ้นทั่วโลกในปีที่ผ่านมาส่งผล ต่อทิศทางการดำรงชีวิตและกระแสความนิยมสินค้าและธุรกิจ มาดูกันว่าเทรนด์ที่น่าสนใจของปี2564 จะมีอะไรบ้าง
วิกฤติการระบาดของ COVID 19 ที่ก่อตัวขึ้นทั่วโลกในปีที่ผ่านมาส่งผล ต่อทิศทางการดำรงชีวิตและกระแสความนิยมสินค้าและธุรกิจ มาดูกันว่าเทรนด์ที่น่าสนใจของปี2564 จะมีอะไรบ้าง
ทุกวันนี้เราจะได้ยินถึงกระแสนิยมการรับประทาน plant-based food หรืออาหารที่ทำมาจากพืชเพิ่มมากขึ้นโดยอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ากว่า 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่มาจากในทวีปอเมริกาเหนือเกือบ 50% รองลงมาคือยุโรปและเอเชียแปซิฟิก
Social Media Influencer ในสหรัฐฯ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ หรือ Federal Trade Commission (FTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าหลักในการคุ้มครองผู้บริโภคจากการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมและหลวงลวง และการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม
การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงในสหรัฐอเมริกาปรับพฤติกรรมกลายเป็นระมัดระวังและใส่ใจกับความสะอาดและความปลอดภัยของร้านอาหารที่เลือกทานมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเร่งปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรม New Normal ของผู้บริโภคจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าและทำให้ธุรกิจร้านอาหารเดินหน้าต่อไปได้หลังยุค COVID-19
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบในระยะยาวไปถึงช่วงหลังวิกฤต โดยมีการคาดการณ์ว่าธุรกิจการบริการด้านอาหารจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกอย่างแน่นอนหลังจากนี้และอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินธุรกิจอย่างถาวร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากระแสความนิยมบริโภคสินค้าอาหารทดแทนจากพืช (Plant-Based Foods) ในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสินค้าดังกล่าวในปัจจุบันยังมีแนวโน้มที่จะขยายการลงทุนในกิจการมากขึ้น
ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันนิยมสินค้าแฟชั่นในแบบที่เรียกว่า Fast Fashion แต่แน่นอนเมื่อตกเทรนด์ ผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปบริโภคสินค้า Fast Fashion รอบใหม่โดยทิ้งชุดเก่า ๆ ไป กลายเป็นขยะที่สะสมเพิ่มมากขึ้น จึงเกิดกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่
เนื้อเทียม (fake meat) เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของอาหารที่กำลังมาแรงและมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่าสินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ จะมีมูลค่าตลาดของโลกสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566
สถาบัน Williams Institute มหาวิทยาลัย UCLA School of Law ได้วิเคราะห์ข้อมูลประชากรในสหรัฐฯ ที่เป็นกลุ่ม Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender (LGBT) พบว่า กลุ่มประชากรที่แสดงตนว่าเป็น LGBT ในสหรัฐฯ มีจำนวนประมาณ 4.5% หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 11.3 ล้านคน
ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวอเมริกันหันมาใส่ใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลลดลงอย่างเห็นได้ชัด รายงานของหน่วยวิจัย Economic Research Service (ERS) สังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ พบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้รับพลังงานจากน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มลดลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาถึง 14%
ผ้ามัดย้อม (tie-dye) กำลังกลับมาเป็นแฟชั่น แม้ว่าสีของผ้ามัดย้อมในปี 2019 จะไม่จัดจ้านเหมือนสีของผ้ามัดย้อมที่เป็นแฟชั่นในทศวรรษ 1960 แต่ยังคงนำสีต่างๆจำนวนมากเข้าสู่แฟชั่น
70% ของกลุ่มตัวอย่างเชฟเลือกให้เทรนด์การปรุงอาหารแบบไม่สร้างขยะ (zero-waste cooking) เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเป็นดันดับต้น ๆ ตามมาด้วยเทรนด์ของอาหารที่มีแรงบันดาลใจจากสูตรอาหารจากหลากประเทศทั่วโลก และเทรนด์ของอาหารที่มีพืชผักเป็นส่วนประกอบหลัก
ผลสำรวจคาดคนอเมริกันใช้จ่ายเทศกาลวันแม่ 23.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้บริโภคมิลเลนเนียลนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปและขนมหวาน
ชาวมะกันกินเนื้อวัวลดลงเพราะอะไร ?
ฤๅอเมริกาจะตกกระป๋อง ?
Whole Foods เผยแนวโน้มการบริโภคสินค้าอาหารของชาวอเมริกันในปีหน้า
ยอดขายปลีกเทศกาล ‘ขอบคุณพระเจ้า’ ลดลงจากปี 58
ผู้บริโภคชาวลาติโนกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในสหรัฐฯ
ผู้บริโภคสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Multicultural)